วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

อันดามันกลาง (Middle Andaman)



อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะกลางทะเลอันดามันที่เป็นเลิศในความงามของปะการังแห่งหนึ่งของโลก “สิมิลัน” เป็นภาษายาวีหรือมลายู แปลว่า “เก้า” ชาวประมงบางคนจึงเรียกว่า หมู่เกาะเก้า ประกอบด้วย เกาะใหญ่น้อย 9 เกาะด้วยกัน เรียงตัวตามแนวทิศเหนือไปทิศใต้ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันประกอบด้วย เกาะบอน เกาะบางู เกาะสิมิลัน เกาะปายู เกาะห้า เกาะเมียง เกาะปาหยัน เกาะปายัง และเกาะหูยง หมู่เกาะสิมิลัน เป็นอุทยานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2525 ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา และในปี 2541 ได้ผนวกรวมเกาะตาชัย ทำให้มีพื้นที่ทั้งหมด 140 ตารางกิโลเมตร
ในปี พ.ศ. 2524 คณะสำรวจหมู่เกาะสิมิลันซึ่งประกอบด้วย Mr. Jeferey A. Sayer ผู้เชี่ยวชาญด้านอุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่าของ FAO (ขณะนั้นช่วยงานด้านอุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า กรมป่าไม้) ดร.เต็ม สมิตินันท์ ผู้เชี่ยวชาญกรมป่าไม้ นายสุวัช สิงหพันธุ์ เจ้าหน้าที่กองอุทยานแห่งชาติ และคณะสำรวจของนายประพันธ์ ผลเสวก แห่งนิตยสารเพื่อนเดินทาง ได้เสนอความคิดเห็นต่อกองอุทยานแห่งชาติ ตามหนังสือลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2524 ว่า บริเวณหมู่เกาะสิมิลันมีสภาพธรรมชาติและทิวทัศน์ทางทะเลสวยงามยิ่ง สภาพแวดล้อมบนเกาะต่างๆ สมบูรณ์ มีพรรณพืชและสัตว์ที่น่าสนใจหลายชนิด สภาพภูมิประเทศทั่วไปประกอบด้วยหน้าผา โขดหินรูปร่างแปลกตา มีหาดทรายขาวบริสุทธิ์ และใต้ท้องทะเลอุดมสมบูรณ์ด้วยปะการังหลากสีหลายชนิดและอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด เหมาะสมที่จะสงวนรักษาไว้เป็นอุทยานแห่งชาติ
ปี 2525กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โดยกำหนดบริเวณที่ดินหมู่เกาะสิมิลัน ในท้องที่ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เนื้อที่ประมาณ 80,000 หรือ 128 ตารางกิโลเมตร เป็นอุทยานแห่งชาติภายใต้ชื่อว่า “ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ” โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาลงวันที่ 1 กันยายน 2525 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 43 ของประเทศไทย
จุดที่นักดำน้ำนิยมดำกันคือเกาะห้า ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เป็นเกาะเล็กๆ แต่เป็นจุดดำน้ำที่น่าสนใจ และงดงาม มีเอกลักษณ์ของเกาะ คือ ปลาไหลสีขาวเทา ที่ชอบโผล่หัวชูคอขึ้นมาจากรู จนได้ชื่อว่า สวนปลาไหล บริเวณนี้ยังเต็มไปด้วยปะการังอ่อน ปะการังแข็งที่มีอยู่มากมาย
หมู่เกาะห้า ซึ่งเป็นกลุ่มเกาะเล็ก ๆ รวมกัน 5 เกาะ และเกาะหินเล็ก ๆ แถมอีก 1 แท่ง น้ำทะเลนับว่าใสพอสมควรทีเดียว หมู่เกาะห้านี้มีจุดเด่นตรงที่มีถ้ำใต้น้ำขนาดใหญ่ ปากถ้ำกว้าง ยามที่น้ำทะเลใส แสงแดดจัดจ้านเมื่อมองออกมาจากปากถ้ำมืดจะมองเห็นภาพของถ้ำทะเลสีเทอร์คอยส์ที่สวยงามยิ่ง

อุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา จังหวัดกระบี่ - หมู่เกาะพีพี
ไฮไลท์ของอุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธาราจริงๆ ก็คือ เกาะพีพี ซึ่งความสวยงานนั้นติดอันดับโลกในกลุ่มของพีพีเอง มีอ่าวมาหยา อ่าวปิเล๊ะ มีถ้ำไวกิ้ง ซึ่งสามารถดึงดูดชาวต่างชาติเข้ามาได้ แต่ตอนนี้ก็มีเกาะไม้ไผ่ ที่มีแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ ไฮไล้ท์อีกด้านหนึ่งของอุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา ก็คือ สุสานหอย 75 ล้านปี
อ่าวลิง ซึ่งเป็นอ่าวหนึ่งของเกาะพีพี เกาะพีพีนั้นจะประกอบด้วย 2 ส่วนคือ พีพีดอน กับ พีพีเล พีพีดอนนั้นมีชุมชนชาวเลอยู่ประมาณ 15-20 ครอบครัว อ่าวลิงนั้นอยู่ในส่วนของพีพีดอน มีแนวปะการังน้ำตื้นที่สวยงามให้นักท่องเที่ยวได้ชมแต่ก็ไม่มากนัก ต่อจากนั้นนั่งเรือข้ามไปยังพีพีเล ไปดูอ่าวมาหยา ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่อง The Beach และแน่นอน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาอ่าวมาหยา จะเป็นชาวต่างชาติ อ่าวมาหยามีลักษณะเป็นหาดทรายขาวที่มีภูเขาหินปูนล้อมรอบ ปากอ่าวกว้าง น้ำทะเลใส
จากอ่าวมาหยาไม่ไกลนั้นในส่วนของพีพีเล ยังมีอีกอ่าวหนึ่งที่มีลักษณะเป็นภูเขาล้อมรอบเช่นกัน แต่ไม่มีหาดทราย และขนาดเล็กกว่า คือ อ่าวปิเล๊ะ (ภาษายาวี แปลว่าห้อง) น้ำในอ่าวนั้นในส่วนที่ตื้นจะเป็นสีเขียว "นี่ถ้าเรามาตอนที่น้ำลงกว่านี้ ทั้งอ่าวจะกลายเป็นสีมรกต สวยงามมาก" ไกด์สาวของ Ocean Smile กล่าว " อ่าวนี้เรือใหญ่จะเข้าไม่ได้ เข้าได้แต่พวกเรือเร็ว และเรือหางยาว ที่เป็นเรือรับจ้างในเกาะพีพีเอง ในอ่าวนี้ไม่มีกิจกรรมอย่างอื่นนอกจากเข้าไปวนเรือแล้วก็ถ่ายภาพ จากนั้นก็วนออก
ที่พัก และร้านอาหารของเกาะพีพี นั้นอยู่ที่อ่าวต้นไทร(พีพีดอน) ซึ่งเที่ยงนี้เราจะไปทานอาหารกัน "บ่ายโมงสิบห้า เจอกันที่เรือนะครับ" เป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยสำหรับลูกทัวร์ และนี่เป็นเทคนิคการคอนโทรลเวลาของไกด์ รอบๆ บริเวณนี้เต็มไปด้วยร้านขายของฝาก รีสอร์ท เกสต์เฮ้าท์ และ ชาวต่างชาติ หลังทานอาหารแล้วมีเวลาชมบรรยากศ และถ่ายภาพกันอีกนิดหน่อย ส่วนใครอยากจะชมวิวเกาะพีพี ก็สามารถขึ้นไปชมได้ที่ "จุดชมวิวเกาะพีพี" ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 15 นาที จะเห็นทัศนียภาพจากมุมสูง มองเห็นหาดทรายตัดกับน้ำทะเลสีครามของ "อ่าวต้นไทร" และ "อ่าวโละดาลัม" ได้ชัดเจน
เกาะต่อไปที่จะแนะนำ ก็คือ เกาะไม้ไผ่ เป็นเกาะที่สามารถเดินได้รอบ แปลกที่หาดทรายสวย น้ำใสขนาดนี้แต่มีนักท่องเที่ยวไม่มาก คุณโจ้บอกว่า "เกาะนี้มีน้ำจึดน้อย และไม่มีห้องพัก มีแต่บ้านของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ สามารถนำเต็นท์มากางนอนได้ แต่ก็อาจจะยุ่งยากเรื่องการทำอาหาร และเรื่องน้ำจืด ทัวร์ส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยมาที่นี่" โดยส่วนตัวแล้วผมชอบเกาะไม้ไผ่มากที่สุด เพราะว่ารองรับการทำกิจกรรมแบบครอบครัวได้ คือ เกาะไม้ไผ่นั้นมีทั้งหาดทรายที่สวย มีน้ำที่ใสให้เด็กๆได้เล่นกัน และยังมีแนวปะการังให้ดูด้วย ซึ่งถ้ามาเที่ยวกันแบบครอบครัวก็จะสามารถมีกิจกรรมให้ทำกันครบ เรียกได้ว่าเป็น "เกาะของครอบครัว" เลยก็ว่าได้..
อีกจุดหนึ่งของหมู่เกาะพีพี ที่น่าสนใจคือ เกาะไก่ เกาะหม้อ เกาะทับ และทะเลแหวก ซึ่งอยู่ใกล้ชายฝั่งมากกว่า ช่วงเช้าเราก็นั่งเรือผ่านมา แต่ทริปนี้ก็ยังไม่ได้เห็นทะเลแหวก เพราะน้ำลดลงมากจนไม่สามารถจอดเรือได้ จึงเปลี่ยนโปรแกรมมาจอดเรือที่เกาะปอดะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก เกาะปอดะนั้นคล้ายกับเกาะไม้ไผ่แต่ใหญ่กว่านิดหน่อย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวมากว่า มีบ้านพักของอุทยานฯ ด้านหน้าเกาะนั้นมี "ตังหมิง" หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า"เขาหน้าคน" เป็นเขาหินตั้งกลางทะเล สะดุดตา เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของเกาะปอดะไปเลย เพราะแทบทุกคนจะถ่ายภาพคู่กับเขาลูกนี้
ไฮไลท์ด้านหนึ่งของอุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา จังหวัดกระบี่ ตามที่กล่าวมาข้างต้น เป็นในด้านโบราณคดี ก็คือ สุสานหอย 75 ล้านปี ตั้งอยู่บริเวณบ้านแหลมโพธิ์ ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ซากหอยที่เห็นเป็นชั้นหนากว่า 3 เมตรนั้นเป็นซากของหอยขม นักธรณีวิทยาสันนิษฐานว่า เดิมบริเวณนี้เป็นหนองน้ำจืดขนาดใหญ่ จากการเปลี่ยนแปลงของผิวโลกทำให้หอยที่มีอยู่อย่างหนาแน่นนั้นตายลงทันที และจับตัวกลายเป็นเนื้อเดียวกันอยู่บนชั้นหินลิกไนท์ และหินดินดาน จากการสำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2538 พบว่าซากหอยเหล่านี้อยู่ในยุค Tertiry มีอายุเพียง 40 - 20 ล้านปีเท่านั้น นับเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญอีกแห่งของโลก สุสานหอย 75 ล้านปีนั้นเป็นลานกว้าง และชั้นหินที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ทำให้มองเห็นซากหอยที่ทับซ้อนกันได้ เส้นทางนั้นเดินชมซากหอยนั้นก็มีให้เลือกเดินชม 3 เส้นทางด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น