วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2552

อันดามันเหนือ (North Andaman)

จังหวัดระนอง และ จังหวัดพังงา ได้ชื่อว่าเป็นเมืองฝนแปดแดดสี่ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีฝนตกชุกมาก ุโดยมีผนเฉลี่ยตลอดทั้งปีมากกว่า 4,000 มิลลิเมตร ฝนจะเริ่มตกตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน เป็นช่วงฝนชุกมาก โดยมีค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำฝนมากกว่า 700 มิลลิเมตรต่อเดือน ดังนั้นในช่วงฤดูร้อนจึงเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการมาเยือน อันดามันเหนือ

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
พระยาสุรินทราชา เทศาเมืองภูเก็ต (นามเดิมนกยูง วิเศษกุล) เป็นผู้ค้นพบเกาะและตั้งชื่อ หมู่เกาะสุรินทร์ เมื่อครั้งที่ท่านมาสำรวจ ทะเลฝั่งอันดามัน ที่ ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา จนกระทั่งวันที่ 30 ธันวาคม 2514 กรมป่าไม้จึงได้ประกาศให้พื้นที่หมู่เกาะสุรินทร์ เป็นป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลอันดามันและอยู่ติดชายแดนประเทศพม่า ห่างจากฝั่งทะเลด้านตะวันตกของไทยประมาณ 70 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะ 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะรี เกาะไข่ และเกาะกลาง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์มีเนื้อที่ประมาณ 84,375 ไร่ หรือ 135 ตารางกิโลเมตร โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินหมู่เกาะสุรินทร์ ในท้องที่ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2524 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 29 ของประเทศไทย
หมู่เกาะสุรินทร์ เป็นหมู่เกาะ 5 เกาะ ที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดสำหรับการดำน้ำตื้นชมปะการัง แม้ความรุนแรงของคลื่นยักษ์ ได้ทำลายปะการังที่อ่าวช่องขาด และร่องตอรินลาเสียหายเกือบทั้งหมด แต่ก็ยังมีจุดดำน้ำตื้นหลายแห่งที่ยังคงสภาพที่ดีอยู่ ได้แก่
หินราบหรือหินกอง อยู่ด้านเหนือของเกาะสุรินทร์เหนือ เป็นกองหินที่โผล่พ้นน้ำขนาดเล็ก มีสันหินทอดยาวไปทางทิศตะวันตก ด้านตะวันออกเป็นผาชันลงสู่ความลึกมากกว่า 100 ฟุต หินราบเป็นจุดที่มีนักดำน้ำน้อย บางจุดพบกัลปังหาขนาดใหญ่หลายต้น โดยเฉพาะตอนปลายของหินด้านทิศตะวันออก ตามหินมักมีทากทะเลอาศัยอยู่ หลายชนิดเป็นทากหายากและสีสันสวยแปลกตา จัดเป็นจุดชมทากทะเลที่ดีจุดหนึ่งในหมู่เกาะสุรินทร์ สัตว์พวกกุ้งปูพบอยู่บ้างตามกองหิน เช่น ปูดอกไม้ทะเล เรายังพบหมึกกระดองเป็นประจำ บางครั้งมีฝูงปลากล้วยขนาดใหญ่ผ่านเข้ามา อาจจะได้เจอฉลามบ้างเป็นครั้งคราว มีทั้งฉลามเสือดาว ฉลามครีบเงิน และฉลามครีบขาว มักอยู่ปลายสันหินด้านตะวันออก
เกาะไฟแว๊บหรือเกาะสตอร์ค อยู่ทางทิศตะวันออกของหินราบห่างประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่มีกระโจมไฟของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือตั้งอยู่บนเกาะ ชาวบ้านเรียกเกาะนี้ว่า เกาะไฟแว๊บ ที่มีแนวปะการังแข็งสมบูรณ์แห่งหนึ่ง โดยเฉพาะด้านทิศตะวันตกของเกาะ ทางด้านเหนือเป็นหลืบหินขนาดใหญ่ เป็นที่อาศัยของสัตว์ทะเลนานาชนิด ความลึกโดยเฉลี่ยบริเวณนี้อยู่ที่ 30-70 ฟุต นักดำน้ำมักพบเต่าทะเลเสมอ นอกจากนั้นยังมีปลาสิงโต รวมทั้งปลากหมึกกระดอง และทากเปลือย
อ่าวจาก อยู่ด้านตะวันออกของเกาะสุรินทร์เหนือ เป็นแนวปะการังในอ่าวใหญ่ ขอบแนวปะการังห่างจากฝั่ง 200-400 เมตร ด้านในเป็นปะการังเขากวาง ปะการังพุ่ม ด้านนอกมีปะการังก้อนเป็นจุด สลับกับดงปะการังเขากวางกว้างใหญ่ และมีปลาสีสวยสลับสีเต็มท้องน้ำ อ่าวจากนั้นอยู่ไกลจากที่พัก ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 45 นาที นับเป็นจุดดำน้ำไกลที่สุดแห่งหนึ่งในหมู่เกาะสุรินทร์ จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวน้อย แหล่งดำน้ำจุดนี้จึงยังคงความสมบูรณ์และบริสุทธิ์อยู่มาก
อ่าวสุเทพ เป็นอ่าวใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะสุรินทร์ใต้ มีแนวปะการังยาวถึง 1,200 เมตร ห่างจากฝั่ง 200-500 เมตร หรือมากกว่านั้น ด้านในเป็นปะการังขนาดเล็กปนเศษปะการัง ด้านนอกเป็นปะการังก้อนขนาดใหญ่ขึ้นสลับกับปะการังแผ่นนอนใหญ่มาก ขอบแนวปะการังลาดลงสู่พื้นทราย ความลึกราว 80 ฟุต มีปะการังอ่อนและกัลปังหาน้อยมาก จัดเป็นแนวปะการังขนาดใหญ่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในอ่าวไทย มีปะการังอ่อน หอยมือเสือ ให้คุณได้ชื่นชม พร้อมปลานานาชนิด ส่วนใหญ่เป็นปลาสวยงามขนาดเล็ก
อ่าวเต่า อยู่ที่เกาะสุรินทร์ใต้ เป็นแนวปะการังริมเกาะ กว้าง 50-200 เมตร แนวปะการังหักชันดิ่งลงที่ความลึก 70-80 ฟุต ปะการังขนาดเล็กอยู่ด้านใน ตรงกลางมีปะการังหลากหลาย ขอบแนวปะการังพบปะการังก้อนขนาดใหญ่บ้าง มีปะการังอ่อนและกัลปังหา อยู่เป็นหย่อมในที่ลึก อ่าวเต่าขึ้นชื่อเรื่องเต่า เพราะที่นี่มีเต่ากระว่ายน้ำวนเวียนไปทั่ว นอกจากนี้ยังมีโอกาสพบกระเบนราหูและฉลามวาฬบ่อยครั้ง




อุทยานแห่งชาติแหลมสน
อุทยานแห่งชาติแหลมสน ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอเมือง อำเภอกะเปอร์ กิ่งอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง และอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลอีกแห่งหนึ่ง ครอบคลุมพื้นที่บริเวณหาดแหลมสนและหมู่เกาะใกล้เคียง ร่มรื่นด้วยป่าสนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เป็นที่อยู่ของนกนานาชนิด ทั้งมีหาดทรายขาวละเอียดเป็นแนวยาวและกว้างใหญ่ มีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก อุทยานแห่งชาติแหลมสนมีเนื้อที่ประมาณ 196,875 ไร่ หรือ 315 ตารางกิโลเมตร โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2526 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 46 ของประเทศไทย แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้แก่
หาดแหลมสน อยู่ถัดจากหาดบางเบนไปประมาณ 4 กิโลเมตรมีหาดทรายขาวสะอาด และเป็นที่อยู่ของนกนานาชนิด เหมาะสำหรับที่จะไปตั้งแค็มป์ดูนก
หาดประพาส อยู่หลังหมู่บ้านกำพวนใกล้กับเกาะกำนุ้ย เป็นหาดทรายกว้างใหญ่ ร่มรื่นด้วยหมู่ทิวสนธรรมชาติ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 53 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ หส.2 (หาดประพาส)
เกาะไข่ใหญ่ เป็นจุดดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นที่ดีที่สุดในอุทยานแห่งชาติแหลมสน มีกัลปังหาขนาดใหญ่จำนวนมาก ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 30 นาที จากหาดประพาส
เกาะค้างคาว จากหาดบางเบนสามารถนั่งเรือไปยังเกาะค้างคาวโดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 9 กิโลเมตร เกาะนี้มีหาดทรายขาวละเอียด รอบเกาะสามารถดำน้ำชมปะการังได้ทั้งแบบน้ำตื้นและน้ำลึก เกาะแห่งนี้เป็นที่อาศัยของค้างคาวแม่ไก่นับพันตัว

เส้นทางแห่งสีสรรของทะเลอันดามัน (Andaman Route)






ด้วยความคิด! อยากเที่ยวอันดามัน แบบไม่ต้องมีเส้นแบ่งจังหวัด เลยลองจัดเป็นทริปดู น่าสนุกดี เราสามารถแบ่ง ทะเลอันดามันได้ 3ส่วน คือ
ส่วนบน เราเรียก อันดามันเหนือ
เริ่มต้นที่ จังหวัดระนอง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ กับ อุทยานแห่งชาติแหลมสน
ส่วนกลาง คือ อันดามันกลาง
เกาะภูเก็ต อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา จังหวัดกระบี่ - หมู่เกาะพีพี
ส่วนล่าง เราเรียก อันดามันใต้
ได้แก่ เกาะรอก หมู่เกาะตะรุเตา และ จบที่ เกาะหลีเป๊ะ เกาะใต้สุดของประเทศไทย
เนื่องจากเนื้อหาและรูปภาพมีจำนวนมาก ทางกอง บ.ก. จึงให้แยกบทความเป็น 3ส่วน

วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2552

คำสัมภาษณ์ของ 2ผู้นำ นักพัฒนาเมืองสตูล




น้องทราย ทีมงานนักข่าวที่ไปร่วมเก็บขยะชายหาด ในงานรักษ์เล ป่า ฟ้า สตูล ครั้งที่8 และได้มีการบันทึกวีดีโอเทปและยังได้รับความอนุเคราะห์ภาพวีดีโอใต้น้ำจาก กลุ่มซีมอส จังหวัดตรัง (ดูภาพได้ จาก link ข้างล่างนะคับ) น้องเค้านั่งถอดเทปคำสัมภาษณ์ท่านผู้ว่า และ ท่านนายกอบจ.สตุล นายธานินทร์ ใจสมุทร ผมเห็นว่าน่าสนใจดี เลยขอข้อมูลน้องเค้ามาเล่าต่อ

นายก กล่าว : ...ให้ผู้มีจิตอาสา ร่วมกันเก็บขยะใต้น้ำ มีการเตรียมการที่จะให้นักท่องเที่ยวได้มาท่องเที่ยวที่จังหวัดสตูลที่หมู่เกาะอาดัง ราวี หลีเป๊ะ ก็ต้องเรียนถึงนักท่องเที่ยวทุกคนช่วยกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติหน่อย ด้วยการไม่ทิ้งขยะลงทะเล ถ้าเห็นเก็บขยะก็ใส่เรือ เก็บใส่ภาชนะโดยขยะที่ย่อยที่ย่อยสลายยากก็จะทำให้ธรรมชาติเสียหาย ครั้งนี้ก็เป็นที่น่าพอใจในฐานะที่เป็นผู้จัดก็ขอขอบคุณทุกคน ขอบคุณครับ
ผู้ว่ากล่าว : กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมคือ ทำให้มันสะอาด ทำให้มันอยู่อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวมันจะช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแบบยั่งยืน
ผู้ว่า กล่าว : จังหวัดร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลเพราะจังหวัดต้องการเตรียมความพร้อมในทุก ๆ ด้านเพื่อเปิดความพร้อมให้นักท่องเที่ยวจังหวัดสตูล สิ่งหนึ่งที่เป็นความพร้อมสำคัญที่ทำให้พื้นที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความสะอาด เพราะฉะนั้นกิจกรรมการทำความสะอาดบนเกาะต่าง ๆ ในเรื่องของการเก็บขยะบนเกาะ เก็บสิ่งสกปรกใต้ทะเล ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อม ขอเรียนน่ะครับว่าจังหวัดสตูล ถือว่าพร้อมมากในการรับนักท่องเที่ยว ทั้งในเรื่องจำนวนห้องพัก ทั้งในเรื่องของความสะดวกในการเดินทางท่าหลัก ๆ ทั้งในเรื่องของความปลอดภัยได้มีการซักซ้อมไว้ไว้เป็นอย่างดียิ่งแล้ว เรียนนะครับว่ากิจกรรมในการทำความสะอาด รักษ์ป่า รักษ์เล จะเป็นเรื่องของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว ก็จะทำให้สตูลมีสภาพธรรมชาติที่สวยงาม มีหาดทรายขาว มีน้ำทะเลที่สวย มีโลกใต้ทะเลที่สมบูรณ์ เพราะในระยะยาวแล้วถ้าเราช่วยทำกิจกรรมในลักษณะอย่างนี้ ถือเป็นมรดกธรรมชาติของสตูลจะอยู่คู่สตูลไปอีกยาวนานและสามารถให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมได้อีกยาวนาน
ผู้ว่า กล่าว : เรียนครับว่าในช่วงตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป เป็นช่วงเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว เปิดฟ้าอันดามันที่สตูล เพราะเป็นต่อที่สมนิ่งทะเลสงบ เหมาะสำหรับการเดินทางเข้ามา ขอเรียนว่าเราพร้อมทุกอย่างแล้วในการบริการ ก็อยากที่จะเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ รบกวนนักท่องเที่ยว มีความสวยงามทางธรรมชาติ มีการเดินทางสะดวก มีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากนัก อยากเชิญชวนทุกคนเข้ามาที่สตูล
ครับจากตัวเลขการท่องเที่ยวตั้งแต่ปี 49 – 50 เป็นต้นมาเพิ่มขึ้นโดยลำดับข้อมูลในปี 2551 มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาประมาณ 750,000 คน ก็ทำให้เกิดรายได้เข้ามาสู่พี่น้องประชาชนในจังหวัดสตูล ประมาณ 1,800 ล้านบาท สำหรับฤดูปีการท่องเที่ยวในปี 2552 ทางจังหวัดตั้งเป้าหมายไว้ว่าไม่น้อยกว่าปีที่แล้วอย่างน้อยต้องเข้ามา 800,000 คนขึ้นไปน่าจะทำรายได้ให้พี่น้องชาวสตูลไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท
พัฒนาในเชิงนิเวศวิทยาเป็นการท่องเที่ยวที่ไม่ทำลายธรรมชาติที่สวยงาม ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และพัฒนาการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพควบคู่กันไปด้วยการต้องแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อนักท่องเที่ยว ไม่ว่าเป็นเรื่องของน้ำอุปโภคบริโภค เรื่องของการกำจัดขยะ เรื่องการเดินทางท่าเรือต่าง ๆ ความปลอดภัย ทำทั้ง 2 ด้านควบคู่กันไป คือ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แล้วการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ
สิ่งที่จะดูแลนักท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดเป็นเรื่องของความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความปลอดภัยในการเดินทางไปสู่พื้นที่เกาะต่าง ๆ ก็มีแผนในการดูแลความปลอดภัย เน้นว่าเราทำงานในเชิงคุณภาพ ตำรวจน้ำอย่างน้อย 3 ลำลอยน้ำอยู่ในน่านน้ำสตูลและอีกหนึ่งลำเฉพาะหลีเป๊ะ ฉะนั้นมีการประสานกับกองทัพเรือที่ทำงานอยู่ที่นี้ ตำรวจท่องเที่ยว เรื่องความปลอดภัยมั่นใจมีอะไรสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้โดยผ่านศูนย์นเรนทร์ 1669
จบ

วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2552

เปิดฟ้าอันดามัน ที่นี่..สตูล





แนวความคิด
จากคำแถลงนโยบายของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลที่มีความตั้งใจอย่างแนวแน่ ที่จะดำเนินการพัฒนาจังหวัดสตูล ไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจ และสังคมแห่งความสมานฉันท์ของประชาชนในจังหวัด
ตามเจตนารมณ์ วิสัยทัศน์
“สตูลเมืองแห่งความสมานฉันท์ และ แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก”
เมืองใต้ คือ เมืองสตูล


อะไรคือ เทรนด์ใหม่ของนักท่องเที่ยวคุณภาพ

วันนี้ คนมีเงิน มีไลฟ์สไตล์
พยายามค้นหาคุณค่าของชีวิต หรือ หาส่วนเติมเต็มให้ชีวิต
ซึ่งผิดจากเมื่อก่อนที่
นักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักมักจะให้รางวัลแก่ชีวิต
ด้วยการเดินทางท่องเที่ยวแบบช้อปปิ้งทั่วโลก

สังเกตได้ว่าการท่องเที่ยวที่ได้คุณค่า กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก ทุกคนเริ่มอยากค้นหามากขึ้น ตัวอย่างเช่น ดาราฮอลลีวูด อย่าง ริชาร์ด เกียร์ ที่ชื่นชอบคลั่งไคล้ประเทศทิเบตมาก
แบ๊ต พีท ชอบภูเก็ต แต่ทุกครั้งที่เค้ามา..ไม่มีใครรู้
แองเจลิน่า โจลี ชอบการสัก และได้เลือกอาจารย์ลงยันต์จากเมืองไทย



ทำไม..อันดามันใต้ คือแหล่งท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่า

ปี 2551 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานำเสนอยุทธศาสตร์ผลักดันให้ประเทศไทยเป็น “World Class Destination”

สตูล: สวรรค์ของทะเลอันดามันตอนใต้
ที่มีหมู่เกาะน้อยใหญ่ สวยงามแตกต่างกัน
ที่ที่น้ำใสเห็นใต้ท้องน้ำ และ
หาดทรายขาวระดับ 5 ดาว
ธรรมชาติบริสุทธ์ และสงบของทะเลอันดามันใต้
สตูล คือ แหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์ทรงคุณค่าที่น่าค้นหา

ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ สอดคล้องกับแผนนโยบายการท่องเที่ยวของประเทศไทย


ดังนั้น เทศกาลเบิกฟ้าอันดามัน คือ...

คือ กิจกรรมปักหมุด เปิดศักราชการท่องเที่ยว
คือ การตอกย้ำว่า “สตูล: อันดามันใต้ สวรรค์ทะเลใต้”
คือ การนำเสนอภาพแหล่งท่องเที่ยวระดับเวิร์คคลาส
บนพื้นฐานของ
การเที่ยวอย่างคุณภาพ เที่ยวด้วยจิตสำนึกอนุรักษ์


กลุ่มเป้าหมายของเทศกาล
ต้องได้ทุกมิติ
o ประชาชนในพื้นที่
ความภาคภูมิใจ, ความรักในทรัพยากร
สำนึกของการเป็นเจ้าบ้านที่ดี
o นักท่องเทียวชาวไทยจากทั่วประเทศ และ จากทั่วโลก
ธรรมชาติบริสุทธ์ และสงบของทะเลอันดามันใต้
ภาพของจริงแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์ทรงคุณค่าที่น่าค้นหา



รูปแบบของเทศกาล

กิจกรรมหลัก 3 กิจกรรม ได้แก่

กิจกรรม “งานเปิดฟ้าอันดามัน”
โดยแบ่งกำหนดการ ดังนี้
งาน “สตูล มิวสิค เฟสติวัล”
วันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2551
สนุก สุดมันส์แบบคนบ้านเรา กับศิลปินที่ทุกคนชื่นชอบ ทั้งนักร้อง นักแสดง
สอดแทรกจิตสำนึกของการอนุรักษ์
สถานที่ อ.ละงู จ.สตูล (ท่าเทียบเรือปากบารา)

กิจกรรม “รักษ์เล รักษ์ป่า รักษ์สิ่งแวดล้อม”
8-9 พฤศจิกายน 2551
สร้างจิตสำนึกแก่คนในท้องถิ่น-นักท่องเที่ยว
ร่วมกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติ

กิจกรรมร่วมรักษาความสะอาดตามเกาะต่างๆ
รวมถึงใต้ท้องทะเล
บริเวณเกาะต่างๆ อาทิ เกาเตะรุเตา,เกาะอาดัง,เกาะจาบัง,เกาะยาง,เกาะหลีเป๊ะ


จำมาเล่า กัปตัน รีเจนซี

ที่มาของชื่อ "รักษ์เล ป่า ฟ้า สตูล"


ย้อนอดีตของ ที่มา
โครงการ” รักษ์เล ป่า ฟ้า สตูล”
จาก นายธานินทร์ ใจสมุทร


“..ปี 2535 ตอนนั้นผมเป็น ส.ส.สตูลสมัยแรกจำได้ว่า ได้มีกลุ่มนักดำน้ำ ซึ่งมาดำน้ำที่ทะเลสตูล พวกนักดำน้ำพบซากอวนคลุมแนวปะการัง และยังมีเศษขยะติดซากอวนเป็นจำนวนมาก อันเป็นสัญญาณบ่งบอกเตือนพวกเราให้ตระหนักถึงการอนุรักษ์แหล่งธรรมชาติทางทะเลของเรา
ผมและเพื่อน ๆ จึงได้ริเริ่มจัดทำโครงการเก็บขยะใต้น้ำขึ้น โดยในปีแรกเรายังไม่ได้ตั้งชื่อโครงการกันเลยทุกคนมาด้วยจิตอาสา เสียสละเงินทอง และเวลามาร่วมโครงการกัน ซึ่งทุกคนรู้สึกอิ่มใจที่ได้มีส่วนช่วยเหลือในโครงการ ปีต่อมาท่านสนั่น สุธากุล อดีต ส.ส.ของจังหวัดสตูล ได้คิดชื่อโครงการ “ รักษ์เล ป่า ฟ้า สตูล”ขึ้นมา พวกเราจึงได้ใช้ชื่อนี้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ปีนี้และปีต่อ ๆ ไป ผมอยากเห็นโครงการ “ รักษ์เล ป่า ฟ้า สตูล “ เป็นโครงการเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่สามารถสร้างจิตสำนึกของการรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งโลกใต้น้ำ ชายหาด และผืนป่าของเรา และเป็นโครงการที่ทำให้ทุกคนตระหนักถึงการเป็นนักท่องเที่ยวที่มีหัวใจรักสิ่งแวดล้อม
สำหรับปีนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลได้จัดกิจกรรม เปิดฟ้าอันดามัน...ที่นี่สตูล และร่วมโครงการ “รักษ์เล ป่า ฟ้า สตูล “ ครั้งที่ 8 ระหว่างวันที่ 7 – 9พ.ย. 2551 ผมตั้งใจจะสนับสนุนต่อไป เพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรมของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเราทุกคน”

ด้วยจิตอาสา

นายธานินทร์ ใจสมุทร
ถ่ายทอดโดย กัปตัน รีเจนซี

กิจกรรมอนุรักษ์ "รักษ์เล ป่า ฟ้าสตูล"



รักษ์เล ป่า ฟ้าสตูล ครั้งที่8

รุ่งอรุณของวันที่ 7 พฤศจิกายน 2551 บริเวณท่าเทียบเรือปากบารา อ.ละงู จ.สตูล ผู้คนจำนวนกว่า 500 คน ต่างเดินทางมาเพื่อร่วมกิจกรรม "เก็บขยะใต้ทะเลและชายหาด ทะเลสตูล" เพื่อเป็นการต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังจะเริ่มต้นในไม่ช้านี้ โครงการ "รักษ์เล ป่า ฟ้าสตูล ครั้งที่ 8" ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรม "เปิดฟ้าอันดามัน ที่นี่ .. สตูล" ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล โดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสตูล ชมรมนักดำน้ำจังหวัดสตูล สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา และ นักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

นายธานินทร์ ใจสมุทร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ได้กล่าวต้อนรับผู้ร่วมงานพร้อมทั้งบอกวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า "โครงการเปิดฟ้าอันดามัน ที่นี่ ... สตูล และกิจกรรมรักษ์เล ป่า ฟ้า สตูล จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสตูล กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวแนวใหม่เชิงสร้างสรรค์ สร้างจิตสำนึกประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน"

นายธานินทร์ ใจสมุทร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ได้กล่าวเมื่อวันแถลงข่าวการจัดงานเปิดฟ้าอันดามัน ที่นี่ .. สตูล ว่า "การจัดงานครั้งนี้มีจุดเป้าหมายเพื่อหวังที่จะสร้างคนรุ่นใหม่ให้คนสตูลทั้งหมดเป็นนักอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ไม่เฉพาะทางทะเลอย่างเดียวทางบกด้วย” ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่จะสร้างกระแสให้เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและปลุกจิตสำนึกรักธรรมชาติแก่นักท่องเที่ยว

นายกฤษดา วัฒนพฤกษ ผู้อำนวยการท่องเที่ยวจังหวัดสตูล ได้กล่าวยืนยันว่า "ปัจจุบันทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พยายามขยายตลาดการท่องเที่ยวย่านนี้ไปยังต่างประเทศ การจัดกิจกรรมครั้งนี้ จึงเป็นการบอกกล่าวกับชาวโลกว่า เราชาวสตูลในฐานะเจ้าของบ้าน พร้อมแล้วที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก"

จังหวัดสตูลมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เกาะอาดัง ราวี ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ที่อุดมไปด้วยปะการังหลากสีสัน หรือ ชายหาดที่สงบ สะอาด จนได้รับรางวัล “ชายหาด5ดาว” จากกรมควบคุมสิ่งแวดล้อมติดต่อกัน 2ปีซ้อน การเก็บขยะครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะ กลุ่มนักดำน้ำจากชมรมดำน้ำ มาเป็นกำลังสำคัญในการทำความสะอาดทะเลสตูล ผลจากการเก็บขยะในครั้งนี้ได้ขยะจำนวน 97 ตัน ซึ่งแยกออกเป็น 5 ประเภทคือ ขยะพลาสติก ขยะอันตราย ขยะขวดแก้ว ขยะเครื่องมือชาวประมง และขยะทั่วไป สิ่งที่น่าสังเกตคือ ขยะที่นักท่องเที่ยวทิ้งลงทะเลบริเวณนี้ กลับมีปริมาณน้อยกว่าขยะที่กระแสน้ำพัดพามาจากประเทศใกล้เคียง ถึงอย่างไรขยะเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์ สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้

นายปณพล ชีวเสรีชล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา กล่าวถึงกิจกรรมที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ภายใต้การบริหารของนายกธานินทร์ ใจสมุทร ว่า "เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการกระตุ้นจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติตะรุเตาเป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังจำนวนมาก"

กิจกรรมเปิดฟ้าอันดามัน ที่นี่ ... สตูล นอกจากมีการเก็บขยะในทะเลแล้ว ยังมีการแสดงจากเยาวชนสตูล และการแสดงดนตรีจากนักดนตรี ชั้นนำของเมืองไทย อย่าง “ศุ บุญเลี้ยง” หรือศิลปินยอดนิยมในพื้นที่อย่าง “อู๋ พันทาง” พร้อมทั้งมีการมอบเกียรติบัตรจากท่าน สยุมพร ลิ่มไทย ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล

หลังจากนี้ไปผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ต่างก็จะเป็นคนรักษ์เล หัวใจอนุรักษ์.





กัปตัน รีเจนซี่