วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

อันดามันใต้ (South Andaman) ที่นี่..สตูล

มหัศจรรย์โลกใต้น้ำของ อันดามัน ที่นี..สตูล
ที่ทะเลด้านตะวันตก นอกเกาะอาดัง เกาะราวี ซึ่งเป็นกลุ่มเกาะสุดท้ายของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา หากวิ่งเรือออกไปอีกราว 8 ไมล์ กลางทะเลกว้าง บริเวณนั้นจะมีกองหินใต้น้ำที่ชื่อหินแปดไมล์ อันเป็นกองหินที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งรวมของเหล่าสรรพชีวิตใต้ท้องทะเล ความอุดมสมบูรณ์ในอดีตของกองหินใต้น้ำแห่งนี้ ชาวเรือเล่ากันว่า เมื่อก่อน(นานมาแล้ว) ออกเรือมาตกปลาเหนือกองหินมีปลาชุกชุมมาก แต่การ
ตกปลาที่นี่ เมื่อปลากินเบ็ดต้องรีบสาวสายเบ็ดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นจะไม่ทันฉลาม เพราะปลาที่ติดเบ็ดจะดิ้นรนเรียกให้ฉลามที่มีอยู่อย่างชุกชุมบริเวณนั้นว่ายมากินปลาที่ตกได้ก่อนที่จะสาวขึ้นมาถึงเรือ บางตัวอาจจะเหลือแต่หัว ที่ร้ายไปกว่านั้น เคยมีชาวเล ที่เกาะหลีเป๊ะนั่งตกปลาอยู่ท้ายเรือแล้วหย่อนเท้าลงไปในน้ำ ยังโดนฉลามงับเอาจนขาขาดไปเลยทีเดียว ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่เล่ากันในอดีต แต่ในปัจจุบัน ความอุดมสมบูรณ์ของฝูงปลามิได้เป็นเช่นนั้น ฉลามสักตัวแทบจะหาดูไม่ได้อยู่แล้ว แต่ที่นี่ก็ยังมีปะการังอ่อนหลากสี กัลปังหาที่สวยงาม และบ่อยครั้งจะมีปลาใหญ่อย่างปลากระเบนราหู กระเบนนก หรือฉลามวาฬแวะเวียนเข้ามาให้เห็น
หรือถ้าชอบดำกันในเขตน้ำตื้น ขอแนะนำแถว ๆ เกาะหินซ้อน เกาะสาวัง และ เกาะจาบัง
ปิดท้ายด้วยการขึ้นไปเที่ยวบนชายหาดของเกาะหลีเป๊ะ เกาะที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย แต่บรรยากาศโรแมนติคสุดๆ เหนือคำบรรยาย
บรรยากาศของการดำน้ำเส้นทางอันดามันใต้จะจบฤดูกาลก่อนที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมาเยือนในช่วงกลางเดือนเดือน พค. ของทุกปี

อันดามันใต้ (South Andaman)




อันดามันใต้ ชื่อที่นักดำน้ำนิยมเรียกขานจากทริปดำน้ำสดฮอตทริปหนึ่ง บริเวณที่นิยมจัดทริปดำน้ำจะครอบคลุมหลายจังหวัดตั้งแต่ หมู่เกาะรอก ตั้งอยู่ปลายจังหวัดกระบี่ติดจังหวัดตรัง จนถึง หมู่เกาะ ตะรุเตาจังหวัดสตูล จุดสำคัญประกอบด้วย

“เกาะรอก” ตั้งอยู่ที่พิกัด 7º18'12" N - 98º57'13" E เป็นเกาะที่เงียบสงบมุมหนึ่งของทะเลตรัง เกาะรอกอาจจะเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูนัก เกาะรอกเป็นเกาะที่สวยงาม มีชายหาดที่ขาวละเอียดเนียนนุ่มเหมือนแป้ง ความขาวของทรายจะเป็นรองแต่เพียงเกาะสิมิลัน น้ำที่นี่ใสปิ้ง ปลาการ์ตูนส้มเหลืองเยอะที่สุดเท่าที่เห็นมา ความเงียบสงบบนเกาะเป็นสิ่งที่น่าประทับใจทั้งนี้เพราะเกาะรอกยังไม่ค่อยคุ้นหูนักท่องเที่ยวชาวไทยจึงทำให้มีนักท่องเที่ยวไปค้างบนเกาะกันน้อย เกาะรอกอยู่ระหว่างรอยต่อของทะเลตรังและทะเลกระบี่ ห่างจากเกาะลันตาประมาณ 30 กม. ห่างจากท่าเรือปากเมง ตรัง ประมาณ 45 กม. ตามตำแหน่งที่ตั้งแล้วเกาะรอกอยู่ในเขตจังหวัดกระบี่ ขึ้นอยู่กับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ซึ่งที่ทำการของอุทยานก็อยู่บนเกาะลันตาใหญ่ที่แหลมโตนด บนเกาะรอกเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ลต.1 คอยดูแลความเรียบร้อยและให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
การไปเที่ยวเกาะรอกทำได้หลายเส้นทาง ตั้งแต่มาจากเกาะลันตา ไปจากเกาะไหง ไปจากเกาะกระดาน ไปจากเกาะหลาวเหลียง มีทั้งแบบไปเช้ากลับเย็น พวกนี้มักเป็นเรือสปีดโบ้ท ส่วนพวกที่ไปค้างคืนมักเป็นพวกที่ไปด้วยเรือหางยาว หรือเรือเช่าขนาดใหญ่ การไปเกาะรอกแล้วไม่มีบ้านพักค้างคืน ทำให้ธรรมชาติบริสุทธิ์เพราะไม่มีบ้านคน น้ำทะเลใสสะอาด

"ทะเลโรแมนติก ทะเลตรัง"
หาดปากเม็ง จังหวัดตรัง ที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานวิวาห์ใต้สมุทรทุกปี หาดปากเม็งอยู่ในส่วนของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ซึ่งก็หมู่เกาะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายเกาะ เรือลำใหญ่จอดเทียบท่า ซึ่งก็เป็นแบบเหมาลำอีกเช่นเดียวกัน จากหาดปากเม็งมุ่งสู่ "เกาะม้า" จุดหมายคือการดำน้ำดูปะการัง ใช้เวลาเดินทางประมาณ
"เกาะกระดาน" เกาะที่ได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่สวยที่สุดของทะเลตรัง ความใสของน้ำทำให้มองเห็นแนวปะการังชัดเจน เป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าดำน้ำดูปะการัง เพราะน้ำตื้น และใส เป็นพื้นที่กว้าง มีปลาทะเลสวยงามมากมาย จุดเด่นของเกาะกระดานอยู่ที่หาดทรายละเอียดขาวสะอาด ด้านหลังเกาะมีอ่าวที่มีคลื่นลูกโตๆ เหมาะกับการเล่นกระดาน
กันที่
“เกาะมุก” ไม่ห่างจากเกาะกระดานเท่าใดนัก เป็นที่ตั้งของ ถ้ำมรกต การเข้าไปในถ้ำนั้นต้องใส่เสื้อชูชีพ แล้วลอยคอเกาะกันเข้าไป โดยมีไกด์เป็นคนคอยดึงเราเข้าไป เพราะมีช่วงหนึ่งของถ้ำที่มืดสนิท ภายในถ้ำมีลักษณะแปลกเป็นปล่องขนาดใหญ่ มีหาดทรายสวยงามให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ ชื่นชมกับความงดงามที่เกิดขึ้นอยู่กลางทะเลแห่งนี้อย่างน่าอัศจรรย์
"ถ้ำเลเขากอบ" หนึ่งใน Unseen in Thailand อีกด้วย ภายในถ้ำนั้นจะได้เห็นความสวยงามของหินงอกหินย้อยมากมาย และที่ตื่นเต้นที่สุดก็คือ ช่วงที่ไกด์เรียกว่า "ลอดท้องมังกร" ที่ต้องนอนหงายราบไปกับเรือแล้วผ่านโพรงถ้ำที่ต่ำชิดติดจมูกไปแบบเฉียดฉิว ถ้ำเลเขากอบนี้ตั้งอยู่ที่ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เดิมเอกชนเป็นผู้บุกเบิก แต่ปัจจุบันอยู่ในการดูแลของ อบต.เขากอบ นับเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ที่ไม่ควรพลาด

อันดามันกลาง (Middle Andaman)



อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะกลางทะเลอันดามันที่เป็นเลิศในความงามของปะการังแห่งหนึ่งของโลก “สิมิลัน” เป็นภาษายาวีหรือมลายู แปลว่า “เก้า” ชาวประมงบางคนจึงเรียกว่า หมู่เกาะเก้า ประกอบด้วย เกาะใหญ่น้อย 9 เกาะด้วยกัน เรียงตัวตามแนวทิศเหนือไปทิศใต้ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันประกอบด้วย เกาะบอน เกาะบางู เกาะสิมิลัน เกาะปายู เกาะห้า เกาะเมียง เกาะปาหยัน เกาะปายัง และเกาะหูยง หมู่เกาะสิมิลัน เป็นอุทยานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2525 ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา และในปี 2541 ได้ผนวกรวมเกาะตาชัย ทำให้มีพื้นที่ทั้งหมด 140 ตารางกิโลเมตร
ในปี พ.ศ. 2524 คณะสำรวจหมู่เกาะสิมิลันซึ่งประกอบด้วย Mr. Jeferey A. Sayer ผู้เชี่ยวชาญด้านอุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่าของ FAO (ขณะนั้นช่วยงานด้านอุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า กรมป่าไม้) ดร.เต็ม สมิตินันท์ ผู้เชี่ยวชาญกรมป่าไม้ นายสุวัช สิงหพันธุ์ เจ้าหน้าที่กองอุทยานแห่งชาติ และคณะสำรวจของนายประพันธ์ ผลเสวก แห่งนิตยสารเพื่อนเดินทาง ได้เสนอความคิดเห็นต่อกองอุทยานแห่งชาติ ตามหนังสือลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2524 ว่า บริเวณหมู่เกาะสิมิลันมีสภาพธรรมชาติและทิวทัศน์ทางทะเลสวยงามยิ่ง สภาพแวดล้อมบนเกาะต่างๆ สมบูรณ์ มีพรรณพืชและสัตว์ที่น่าสนใจหลายชนิด สภาพภูมิประเทศทั่วไปประกอบด้วยหน้าผา โขดหินรูปร่างแปลกตา มีหาดทรายขาวบริสุทธิ์ และใต้ท้องทะเลอุดมสมบูรณ์ด้วยปะการังหลากสีหลายชนิดและอยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด เหมาะสมที่จะสงวนรักษาไว้เป็นอุทยานแห่งชาติ
ปี 2525กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โดยกำหนดบริเวณที่ดินหมู่เกาะสิมิลัน ในท้องที่ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เนื้อที่ประมาณ 80,000 หรือ 128 ตารางกิโลเมตร เป็นอุทยานแห่งชาติภายใต้ชื่อว่า “ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ” โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาลงวันที่ 1 กันยายน 2525 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 43 ของประเทศไทย
จุดที่นักดำน้ำนิยมดำกันคือเกาะห้า ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เป็นเกาะเล็กๆ แต่เป็นจุดดำน้ำที่น่าสนใจ และงดงาม มีเอกลักษณ์ของเกาะ คือ ปลาไหลสีขาวเทา ที่ชอบโผล่หัวชูคอขึ้นมาจากรู จนได้ชื่อว่า สวนปลาไหล บริเวณนี้ยังเต็มไปด้วยปะการังอ่อน ปะการังแข็งที่มีอยู่มากมาย
หมู่เกาะห้า ซึ่งเป็นกลุ่มเกาะเล็ก ๆ รวมกัน 5 เกาะ และเกาะหินเล็ก ๆ แถมอีก 1 แท่ง น้ำทะเลนับว่าใสพอสมควรทีเดียว หมู่เกาะห้านี้มีจุดเด่นตรงที่มีถ้ำใต้น้ำขนาดใหญ่ ปากถ้ำกว้าง ยามที่น้ำทะเลใส แสงแดดจัดจ้านเมื่อมองออกมาจากปากถ้ำมืดจะมองเห็นภาพของถ้ำทะเลสีเทอร์คอยส์ที่สวยงามยิ่ง

อุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา จังหวัดกระบี่ - หมู่เกาะพีพี
ไฮไลท์ของอุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธาราจริงๆ ก็คือ เกาะพีพี ซึ่งความสวยงานนั้นติดอันดับโลกในกลุ่มของพีพีเอง มีอ่าวมาหยา อ่าวปิเล๊ะ มีถ้ำไวกิ้ง ซึ่งสามารถดึงดูดชาวต่างชาติเข้ามาได้ แต่ตอนนี้ก็มีเกาะไม้ไผ่ ที่มีแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ ไฮไล้ท์อีกด้านหนึ่งของอุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา ก็คือ สุสานหอย 75 ล้านปี
อ่าวลิง ซึ่งเป็นอ่าวหนึ่งของเกาะพีพี เกาะพีพีนั้นจะประกอบด้วย 2 ส่วนคือ พีพีดอน กับ พีพีเล พีพีดอนนั้นมีชุมชนชาวเลอยู่ประมาณ 15-20 ครอบครัว อ่าวลิงนั้นอยู่ในส่วนของพีพีดอน มีแนวปะการังน้ำตื้นที่สวยงามให้นักท่องเที่ยวได้ชมแต่ก็ไม่มากนัก ต่อจากนั้นนั่งเรือข้ามไปยังพีพีเล ไปดูอ่าวมาหยา ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่อง The Beach และแน่นอน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาอ่าวมาหยา จะเป็นชาวต่างชาติ อ่าวมาหยามีลักษณะเป็นหาดทรายขาวที่มีภูเขาหินปูนล้อมรอบ ปากอ่าวกว้าง น้ำทะเลใส
จากอ่าวมาหยาไม่ไกลนั้นในส่วนของพีพีเล ยังมีอีกอ่าวหนึ่งที่มีลักษณะเป็นภูเขาล้อมรอบเช่นกัน แต่ไม่มีหาดทราย และขนาดเล็กกว่า คือ อ่าวปิเล๊ะ (ภาษายาวี แปลว่าห้อง) น้ำในอ่าวนั้นในส่วนที่ตื้นจะเป็นสีเขียว "นี่ถ้าเรามาตอนที่น้ำลงกว่านี้ ทั้งอ่าวจะกลายเป็นสีมรกต สวยงามมาก" ไกด์สาวของ Ocean Smile กล่าว " อ่าวนี้เรือใหญ่จะเข้าไม่ได้ เข้าได้แต่พวกเรือเร็ว และเรือหางยาว ที่เป็นเรือรับจ้างในเกาะพีพีเอง ในอ่าวนี้ไม่มีกิจกรรมอย่างอื่นนอกจากเข้าไปวนเรือแล้วก็ถ่ายภาพ จากนั้นก็วนออก
ที่พัก และร้านอาหารของเกาะพีพี นั้นอยู่ที่อ่าวต้นไทร(พีพีดอน) ซึ่งเที่ยงนี้เราจะไปทานอาหารกัน "บ่ายโมงสิบห้า เจอกันที่เรือนะครับ" เป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยสำหรับลูกทัวร์ และนี่เป็นเทคนิคการคอนโทรลเวลาของไกด์ รอบๆ บริเวณนี้เต็มไปด้วยร้านขายของฝาก รีสอร์ท เกสต์เฮ้าท์ และ ชาวต่างชาติ หลังทานอาหารแล้วมีเวลาชมบรรยากศ และถ่ายภาพกันอีกนิดหน่อย ส่วนใครอยากจะชมวิวเกาะพีพี ก็สามารถขึ้นไปชมได้ที่ "จุดชมวิวเกาะพีพี" ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 15 นาที จะเห็นทัศนียภาพจากมุมสูง มองเห็นหาดทรายตัดกับน้ำทะเลสีครามของ "อ่าวต้นไทร" และ "อ่าวโละดาลัม" ได้ชัดเจน
เกาะต่อไปที่จะแนะนำ ก็คือ เกาะไม้ไผ่ เป็นเกาะที่สามารถเดินได้รอบ แปลกที่หาดทรายสวย น้ำใสขนาดนี้แต่มีนักท่องเที่ยวไม่มาก คุณโจ้บอกว่า "เกาะนี้มีน้ำจึดน้อย และไม่มีห้องพัก มีแต่บ้านของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ สามารถนำเต็นท์มากางนอนได้ แต่ก็อาจจะยุ่งยากเรื่องการทำอาหาร และเรื่องน้ำจืด ทัวร์ส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยมาที่นี่" โดยส่วนตัวแล้วผมชอบเกาะไม้ไผ่มากที่สุด เพราะว่ารองรับการทำกิจกรรมแบบครอบครัวได้ คือ เกาะไม้ไผ่นั้นมีทั้งหาดทรายที่สวย มีน้ำที่ใสให้เด็กๆได้เล่นกัน และยังมีแนวปะการังให้ดูด้วย ซึ่งถ้ามาเที่ยวกันแบบครอบครัวก็จะสามารถมีกิจกรรมให้ทำกันครบ เรียกได้ว่าเป็น "เกาะของครอบครัว" เลยก็ว่าได้..
อีกจุดหนึ่งของหมู่เกาะพีพี ที่น่าสนใจคือ เกาะไก่ เกาะหม้อ เกาะทับ และทะเลแหวก ซึ่งอยู่ใกล้ชายฝั่งมากกว่า ช่วงเช้าเราก็นั่งเรือผ่านมา แต่ทริปนี้ก็ยังไม่ได้เห็นทะเลแหวก เพราะน้ำลดลงมากจนไม่สามารถจอดเรือได้ จึงเปลี่ยนโปรแกรมมาจอดเรือที่เกาะปอดะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก เกาะปอดะนั้นคล้ายกับเกาะไม้ไผ่แต่ใหญ่กว่านิดหน่อย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวมากว่า มีบ้านพักของอุทยานฯ ด้านหน้าเกาะนั้นมี "ตังหมิง" หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า"เขาหน้าคน" เป็นเขาหินตั้งกลางทะเล สะดุดตา เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของเกาะปอดะไปเลย เพราะแทบทุกคนจะถ่ายภาพคู่กับเขาลูกนี้
ไฮไลท์ด้านหนึ่งของอุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา จังหวัดกระบี่ ตามที่กล่าวมาข้างต้น เป็นในด้านโบราณคดี ก็คือ สุสานหอย 75 ล้านปี ตั้งอยู่บริเวณบ้านแหลมโพธิ์ ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ซากหอยที่เห็นเป็นชั้นหนากว่า 3 เมตรนั้นเป็นซากของหอยขม นักธรณีวิทยาสันนิษฐานว่า เดิมบริเวณนี้เป็นหนองน้ำจืดขนาดใหญ่ จากการเปลี่ยนแปลงของผิวโลกทำให้หอยที่มีอยู่อย่างหนาแน่นนั้นตายลงทันที และจับตัวกลายเป็นเนื้อเดียวกันอยู่บนชั้นหินลิกไนท์ และหินดินดาน จากการสำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2538 พบว่าซากหอยเหล่านี้อยู่ในยุค Tertiry มีอายุเพียง 40 - 20 ล้านปีเท่านั้น นับเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญอีกแห่งของโลก สุสานหอย 75 ล้านปีนั้นเป็นลานกว้าง และชั้นหินที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ทำให้มองเห็นซากหอยที่ทับซ้อนกันได้ เส้นทางนั้นเดินชมซากหอยนั้นก็มีให้เลือกเดินชม 3 เส้นทางด้วย

อันดามันกลาง (Middle Andaman)







เกาะภูเก็ต
ภูเก็ต ได้ชื่อว่าเป็นไข่มุกแห่งอันดามัน เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ในด้านความสวยงามของทิวทัศน์ และหาดทราย น้ำทะเลสีฟ้าใส พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทางการท่องเที่ยวครบครัน เป็นเกาะใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีฐานะเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคใต้ ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเลตะวันตกของประเทศไทยในน่านน้ำทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย มีพื้นที่ประมาณ 543 ตารางกิโลเมตร ความยาวสุดของเกาะภูเก็ตวัดจากทิศเหนือถึงทิศใต้ประมาณ 48.7 กิโลเมตร และส่วนกว้างที่สุดวัดจากทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกประมาณ 21.3 กิโลเมตร ภูเก็ตแบ่งออกเป็น 3 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอถลาง และอำเภอกะทู้





เที่ยวในเมือง (City Tour)
เขารัง เป็นเนินเขาเตี้ยๆ รถยนต์สามารถขึ้นไปจนถึงยอดเขา เทศบาลจัดเป็นสวนสุขภาพและสวนสาธารณะไว้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ และชมทิวทัศน์ของเมืองภูเก็ต จากยอดเขาจะแลเห็นตัวเมืองภูเก็ต ทะเลกว้าง รวมทั้งทิวทัศน์ของเกาะทั้งใกล้และไกล บนเขามีร้านอาหารบรรยากาศดีให้นั่งรับประทานอาหารด้วย
สะพานหิน สถานที่พักผ่อนหย่อนใจภายในตัวเมือง อยู่สุดถนนภูเก็ตซึ่งยื่นลงไปในทะเลเล็กน้อย เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์หลัก 60 ปี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2521 เพื่อเป็นที่ระลึกแก่กัปตันเอ็ดเวิร์ด โธมัส ไมล์ ชาวออสเตรเลีย ผู้นำเรือขุดแร่ลำแรกมาใช้ขุดแร่ดีบุกในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2452 นอกจากนี้เป็นที่ตั้งของศูนย์กีฬาสะพานหินอีกด้วย
ตึกโบราณ ในตัวเมืองภูเก็ตส่วนมากเป็นตึกสมัยเก่ามีลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบยุโรป สร้างขึ้นเกือบร้อยปีมาแล้ว เมื่อครั้งกิจการเหมืองแร่เริ่มเจริญใหม่ๆ อาทิ อาคารปัจจุบันที่ทำการศาลากลางจังหวัด ศาลจังหวัด ธนาคารนครหลวงไทย นอกจากนี้ยังมีอาคารบางส่วนที่ได้รับอิทธิพลทางด้านสถาปัตยกรรมแบบจีนมาผสมผสาน เรียกว่า สถาปัตยกรรมแบบ “ชิโน-โปรตุกีส” (Chino-Portuguese) คืออาคารจะมีส่วนลึกมากกว่าส่วนกว้างและไม่สูงนัก สามารถหาชมได้บริเวณถนนถลาง ถนนดีบุก ถนนพังงา ถนนเยาวราช และถนนกระบี่
บ้านชินประชาได้เริ่มทำการก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2466 โดยพระพิทักษ์ชินประชา หรือ ตันม่าเสียง[1] ซึ่งมีบิดาชื่อ หลวงบำรุงจีนประเทศ (ตันเนียวยี่) เป็นชาวฮกเกี้ยนที่ได้รับราชการทหารในประเทศจีน ต่อมาบิดาท่านได้เดินทางมายังประเทศไทยในปี พ.ศ. 2397 ได้ริเริ่มทำกิจการเหมืองแร่ดีบุกขึ้นในภูเก็ต และได้ทำการกิจการค้าขายที่ เกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย ตันม่าเสียง เป็นผู้สร้างบ้านหลังนี้ขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2426 ในเกาะภูเก็ต เมื่ออายุได้ 20 ปี ท่านได้เริ่มก่อสร้างบ้านหลังนี้ขึ้นเป็นศิลปะแบบ ชิโน-โปรตุกีส เป็นหลังแรกของจังหวัดภูเก็ต หรือที่เรียกว่า อังม่อเหลา

ทัวร์หาด (Beach Tour)
แหลมพรหมเทพ
อยู่ห่างจากหาดราไวประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นแหลมที่อยู่ตอนใต้สุดของเกาะภูเก็ต ชาวบ้านเรียกว่าแหลมเจ้า บริเวณแหลมพรหมเทพเป็นส่วนที่สวยงามที่สุดส่วนหนึ่งของเกาะภูเก็ต เหนือแหลมพรหมเทพเป็นที่ราบสำหรับจอดรถซึ่งอยู่บนหน้าผาสูงริมทะเล จากหน้าผานี้จะมองเห็นแหลมพรหมเทพทอดยาวออกไปในทะเล จะเห็นเกาะหลายเกาะรวมทั้งเกาะแก้ว ทางด้านขวามือจะเห็นแนวหาดทรายของหาดในหานชัดเจน จากบนหน้าผามีทางเดินลงเขาไปจนถึงสุดแหลมพรหมเทพได้ เป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกได้งดงามยิ่งนัก

จุดชมวิว 3อ่าว
จากหาดในหานไปหาดกะตะน้อยตามเส้นทางถนนรอบเกาะ จุดชมวิวจะอยู่ระหว่าง 2 หาดนี้ จากจุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเวิ้งอ่าวถึง 3 อ่าว คือ อ่าวกะตะน้อย อ่าวกะตะ และอ่าวกะรน ซึ่งเป็นทัศนียภาพที่สวยงามมาก
หาดป่าตอง และ หาดกะหลิม
หาดป่าตอง ถูกถล่มโดยคลื่นสึนามิในเหตุการณ์แผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547ปัจจุบันหาดป่าตองเป็นหนึ่งในชายหาดสำคัญที่ได้รับการติดตั้งระบบเตือนภัยสึนามิ มีการซักซ้อมการอพยพและการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอยู่อย่างสม่ำเสมอ เป็นระยะๆ
หาดกะหลิม ไปตามเส้นทางเดียวกับหาดป่าตอง แต่เมื่อถึงตัวหาดป่าตอง จะมีทางแยกให้เลี้ยวขวาก็จะถึงหาดกะหลิมเป็นหาดเล็กๆ มีโขดหินและแนวปะการังและมีสถานที่พักริมหาด ร้านอาหารดังๆหลายร้านตั้งอยู่เหนือหาดนี้
ยังมีหาดสวยๆ อีกหลายหาด เช่น หาดในยาง หาดไม้ขาว หาดในทอน หาดบางเทา

ทัวร์วัด (Buddha Tour)
วัดฉลอง
อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 8 กิโลเมตร ออกจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 4021 ผ่านสามแยกบริเวณสนามกีฬาสุรกุล เลี้ยวซ้ายไปทางห้าแยกฉลอง วัดฉลองจะอยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงห้าแยกฉลองประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของภูเก็ต มีรูปหล่อของหลวงพ่อแช่ม และหลวงพ่อช่วง ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวภูเก็ตทั่วไป
วัดพระทอง (วัดพระผุด)
อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 20 กิโลเมตร จากตัวเมืองภูเก็ตเลยที่ว่าการอำเภอถลางไปเล็กน้อยจะมีทางแยกขวามือเข้าวัดพระทอง วัดนี้มีพระพุทธรูปผุดขึ้นจากพื้นดินเพียงครึ่งองค์ เมื่อคราวศึกพระเจ้าปะดุง ยกพลมาตีเมืองถลาง พ.ศ. 2328 ทหารพม่าพยายามขุดพระผุดเพื่อนำกลับไปพม่า แต่ขุดลงไปคราวใดก็มีฝูงแตนไล่ต่อยจนต้องละความพยายาม ต่อมาชาวบ้านได้นำทองหุ้มพระพุทธรูปที่ผุดจากพื้นดินเพียงครึ่งองค์ ดังปรากฎอยู่จนถึงปัจจุบัน
วัดพระนางสร้าง
อยู่ห่างจากตัวเมือง 20 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางถนนเทพกษัตรีย์ ถึงสี่แยกอำเภอถลาง ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายเป็นวัดที่เก่าแก่ และเป็นแหล่งประวัติศาสตร์เมืองถลางที่สำคัญแห่งหนึ่ง เพราะเคยเป็นค่ายสู้รบกับพม่า เมื่อปี พ.ศ. 2328 นอกจากนี้ภายในอุโบสถเก่าแก่ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปดีบุกที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลก 3 องค์เรียกว่า “พระในพุง” หรือ “พระสามกษัตริย์” ซึ่งอยู่ในพระอุทรของพระพุทธรูปหล่อองค์ใหญ่ 3 องค์อีกชั้นหนึ่ง

วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2552

อันดามันเหนือ (North Andaman)

จังหวัดระนอง และ จังหวัดพังงา ได้ชื่อว่าเป็นเมืองฝนแปดแดดสี่ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีฝนตกชุกมาก ุโดยมีผนเฉลี่ยตลอดทั้งปีมากกว่า 4,000 มิลลิเมตร ฝนจะเริ่มตกตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน เป็นช่วงฝนชุกมาก โดยมีค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำฝนมากกว่า 700 มิลลิเมตรต่อเดือน ดังนั้นในช่วงฤดูร้อนจึงเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการมาเยือน อันดามันเหนือ

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
พระยาสุรินทราชา เทศาเมืองภูเก็ต (นามเดิมนกยูง วิเศษกุล) เป็นผู้ค้นพบเกาะและตั้งชื่อ หมู่เกาะสุรินทร์ เมื่อครั้งที่ท่านมาสำรวจ ทะเลฝั่งอันดามัน ที่ ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา จนกระทั่งวันที่ 30 ธันวาคม 2514 กรมป่าไม้จึงได้ประกาศให้พื้นที่หมู่เกาะสุรินทร์ เป็นป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลอันดามันและอยู่ติดชายแดนประเทศพม่า ห่างจากฝั่งทะเลด้านตะวันตกของไทยประมาณ 70 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะ 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะรี เกาะไข่ และเกาะกลาง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์มีเนื้อที่ประมาณ 84,375 ไร่ หรือ 135 ตารางกิโลเมตร โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินหมู่เกาะสุรินทร์ ในท้องที่ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2524 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 29 ของประเทศไทย
หมู่เกาะสุรินทร์ เป็นหมู่เกาะ 5 เกาะ ที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดสำหรับการดำน้ำตื้นชมปะการัง แม้ความรุนแรงของคลื่นยักษ์ ได้ทำลายปะการังที่อ่าวช่องขาด และร่องตอรินลาเสียหายเกือบทั้งหมด แต่ก็ยังมีจุดดำน้ำตื้นหลายแห่งที่ยังคงสภาพที่ดีอยู่ ได้แก่
หินราบหรือหินกอง อยู่ด้านเหนือของเกาะสุรินทร์เหนือ เป็นกองหินที่โผล่พ้นน้ำขนาดเล็ก มีสันหินทอดยาวไปทางทิศตะวันตก ด้านตะวันออกเป็นผาชันลงสู่ความลึกมากกว่า 100 ฟุต หินราบเป็นจุดที่มีนักดำน้ำน้อย บางจุดพบกัลปังหาขนาดใหญ่หลายต้น โดยเฉพาะตอนปลายของหินด้านทิศตะวันออก ตามหินมักมีทากทะเลอาศัยอยู่ หลายชนิดเป็นทากหายากและสีสันสวยแปลกตา จัดเป็นจุดชมทากทะเลที่ดีจุดหนึ่งในหมู่เกาะสุรินทร์ สัตว์พวกกุ้งปูพบอยู่บ้างตามกองหิน เช่น ปูดอกไม้ทะเล เรายังพบหมึกกระดองเป็นประจำ บางครั้งมีฝูงปลากล้วยขนาดใหญ่ผ่านเข้ามา อาจจะได้เจอฉลามบ้างเป็นครั้งคราว มีทั้งฉลามเสือดาว ฉลามครีบเงิน และฉลามครีบขาว มักอยู่ปลายสันหินด้านตะวันออก
เกาะไฟแว๊บหรือเกาะสตอร์ค อยู่ทางทิศตะวันออกของหินราบห่างประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่มีกระโจมไฟของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือตั้งอยู่บนเกาะ ชาวบ้านเรียกเกาะนี้ว่า เกาะไฟแว๊บ ที่มีแนวปะการังแข็งสมบูรณ์แห่งหนึ่ง โดยเฉพาะด้านทิศตะวันตกของเกาะ ทางด้านเหนือเป็นหลืบหินขนาดใหญ่ เป็นที่อาศัยของสัตว์ทะเลนานาชนิด ความลึกโดยเฉลี่ยบริเวณนี้อยู่ที่ 30-70 ฟุต นักดำน้ำมักพบเต่าทะเลเสมอ นอกจากนั้นยังมีปลาสิงโต รวมทั้งปลากหมึกกระดอง และทากเปลือย
อ่าวจาก อยู่ด้านตะวันออกของเกาะสุรินทร์เหนือ เป็นแนวปะการังในอ่าวใหญ่ ขอบแนวปะการังห่างจากฝั่ง 200-400 เมตร ด้านในเป็นปะการังเขากวาง ปะการังพุ่ม ด้านนอกมีปะการังก้อนเป็นจุด สลับกับดงปะการังเขากวางกว้างใหญ่ และมีปลาสีสวยสลับสีเต็มท้องน้ำ อ่าวจากนั้นอยู่ไกลจากที่พัก ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 45 นาที นับเป็นจุดดำน้ำไกลที่สุดแห่งหนึ่งในหมู่เกาะสุรินทร์ จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวน้อย แหล่งดำน้ำจุดนี้จึงยังคงความสมบูรณ์และบริสุทธิ์อยู่มาก
อ่าวสุเทพ เป็นอ่าวใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะสุรินทร์ใต้ มีแนวปะการังยาวถึง 1,200 เมตร ห่างจากฝั่ง 200-500 เมตร หรือมากกว่านั้น ด้านในเป็นปะการังขนาดเล็กปนเศษปะการัง ด้านนอกเป็นปะการังก้อนขนาดใหญ่ขึ้นสลับกับปะการังแผ่นนอนใหญ่มาก ขอบแนวปะการังลาดลงสู่พื้นทราย ความลึกราว 80 ฟุต มีปะการังอ่อนและกัลปังหาน้อยมาก จัดเป็นแนวปะการังขนาดใหญ่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในอ่าวไทย มีปะการังอ่อน หอยมือเสือ ให้คุณได้ชื่นชม พร้อมปลานานาชนิด ส่วนใหญ่เป็นปลาสวยงามขนาดเล็ก
อ่าวเต่า อยู่ที่เกาะสุรินทร์ใต้ เป็นแนวปะการังริมเกาะ กว้าง 50-200 เมตร แนวปะการังหักชันดิ่งลงที่ความลึก 70-80 ฟุต ปะการังขนาดเล็กอยู่ด้านใน ตรงกลางมีปะการังหลากหลาย ขอบแนวปะการังพบปะการังก้อนขนาดใหญ่บ้าง มีปะการังอ่อนและกัลปังหา อยู่เป็นหย่อมในที่ลึก อ่าวเต่าขึ้นชื่อเรื่องเต่า เพราะที่นี่มีเต่ากระว่ายน้ำวนเวียนไปทั่ว นอกจากนี้ยังมีโอกาสพบกระเบนราหูและฉลามวาฬบ่อยครั้ง




อุทยานแห่งชาติแหลมสน
อุทยานแห่งชาติแหลมสน ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอเมือง อำเภอกะเปอร์ กิ่งอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง และอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลอีกแห่งหนึ่ง ครอบคลุมพื้นที่บริเวณหาดแหลมสนและหมู่เกาะใกล้เคียง ร่มรื่นด้วยป่าสนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เป็นที่อยู่ของนกนานาชนิด ทั้งมีหาดทรายขาวละเอียดเป็นแนวยาวและกว้างใหญ่ มีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก อุทยานแห่งชาติแหลมสนมีเนื้อที่ประมาณ 196,875 ไร่ หรือ 315 ตารางกิโลเมตร โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2526 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 46 ของประเทศไทย แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้แก่
หาดแหลมสน อยู่ถัดจากหาดบางเบนไปประมาณ 4 กิโลเมตรมีหาดทรายขาวสะอาด และเป็นที่อยู่ของนกนานาชนิด เหมาะสำหรับที่จะไปตั้งแค็มป์ดูนก
หาดประพาส อยู่หลังหมู่บ้านกำพวนใกล้กับเกาะกำนุ้ย เป็นหาดทรายกว้างใหญ่ ร่มรื่นด้วยหมู่ทิวสนธรรมชาติ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 53 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ หส.2 (หาดประพาส)
เกาะไข่ใหญ่ เป็นจุดดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นที่ดีที่สุดในอุทยานแห่งชาติแหลมสน มีกัลปังหาขนาดใหญ่จำนวนมาก ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 30 นาที จากหาดประพาส
เกาะค้างคาว จากหาดบางเบนสามารถนั่งเรือไปยังเกาะค้างคาวโดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 9 กิโลเมตร เกาะนี้มีหาดทรายขาวละเอียด รอบเกาะสามารถดำน้ำชมปะการังได้ทั้งแบบน้ำตื้นและน้ำลึก เกาะแห่งนี้เป็นที่อาศัยของค้างคาวแม่ไก่นับพันตัว

เส้นทางแห่งสีสรรของทะเลอันดามัน (Andaman Route)






ด้วยความคิด! อยากเที่ยวอันดามัน แบบไม่ต้องมีเส้นแบ่งจังหวัด เลยลองจัดเป็นทริปดู น่าสนุกดี เราสามารถแบ่ง ทะเลอันดามันได้ 3ส่วน คือ
ส่วนบน เราเรียก อันดามันเหนือ
เริ่มต้นที่ จังหวัดระนอง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ กับ อุทยานแห่งชาติแหลมสน
ส่วนกลาง คือ อันดามันกลาง
เกาะภูเก็ต อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา จังหวัดกระบี่ - หมู่เกาะพีพี
ส่วนล่าง เราเรียก อันดามันใต้
ได้แก่ เกาะรอก หมู่เกาะตะรุเตา และ จบที่ เกาะหลีเป๊ะ เกาะใต้สุดของประเทศไทย
เนื่องจากเนื้อหาและรูปภาพมีจำนวนมาก ทางกอง บ.ก. จึงให้แยกบทความเป็น 3ส่วน

วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2552

คำสัมภาษณ์ของ 2ผู้นำ นักพัฒนาเมืองสตูล




น้องทราย ทีมงานนักข่าวที่ไปร่วมเก็บขยะชายหาด ในงานรักษ์เล ป่า ฟ้า สตูล ครั้งที่8 และได้มีการบันทึกวีดีโอเทปและยังได้รับความอนุเคราะห์ภาพวีดีโอใต้น้ำจาก กลุ่มซีมอส จังหวัดตรัง (ดูภาพได้ จาก link ข้างล่างนะคับ) น้องเค้านั่งถอดเทปคำสัมภาษณ์ท่านผู้ว่า และ ท่านนายกอบจ.สตุล นายธานินทร์ ใจสมุทร ผมเห็นว่าน่าสนใจดี เลยขอข้อมูลน้องเค้ามาเล่าต่อ

นายก กล่าว : ...ให้ผู้มีจิตอาสา ร่วมกันเก็บขยะใต้น้ำ มีการเตรียมการที่จะให้นักท่องเที่ยวได้มาท่องเที่ยวที่จังหวัดสตูลที่หมู่เกาะอาดัง ราวี หลีเป๊ะ ก็ต้องเรียนถึงนักท่องเที่ยวทุกคนช่วยกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติหน่อย ด้วยการไม่ทิ้งขยะลงทะเล ถ้าเห็นเก็บขยะก็ใส่เรือ เก็บใส่ภาชนะโดยขยะที่ย่อยที่ย่อยสลายยากก็จะทำให้ธรรมชาติเสียหาย ครั้งนี้ก็เป็นที่น่าพอใจในฐานะที่เป็นผู้จัดก็ขอขอบคุณทุกคน ขอบคุณครับ
ผู้ว่ากล่าว : กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมคือ ทำให้มันสะอาด ทำให้มันอยู่อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวมันจะช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแบบยั่งยืน
ผู้ว่า กล่าว : จังหวัดร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลเพราะจังหวัดต้องการเตรียมความพร้อมในทุก ๆ ด้านเพื่อเปิดความพร้อมให้นักท่องเที่ยวจังหวัดสตูล สิ่งหนึ่งที่เป็นความพร้อมสำคัญที่ทำให้พื้นที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความสะอาด เพราะฉะนั้นกิจกรรมการทำความสะอาดบนเกาะต่าง ๆ ในเรื่องของการเก็บขยะบนเกาะ เก็บสิ่งสกปรกใต้ทะเล ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อม ขอเรียนน่ะครับว่าจังหวัดสตูล ถือว่าพร้อมมากในการรับนักท่องเที่ยว ทั้งในเรื่องจำนวนห้องพัก ทั้งในเรื่องของความสะดวกในการเดินทางท่าหลัก ๆ ทั้งในเรื่องของความปลอดภัยได้มีการซักซ้อมไว้ไว้เป็นอย่างดียิ่งแล้ว เรียนนะครับว่ากิจกรรมในการทำความสะอาด รักษ์ป่า รักษ์เล จะเป็นเรื่องของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว ก็จะทำให้สตูลมีสภาพธรรมชาติที่สวยงาม มีหาดทรายขาว มีน้ำทะเลที่สวย มีโลกใต้ทะเลที่สมบูรณ์ เพราะในระยะยาวแล้วถ้าเราช่วยทำกิจกรรมในลักษณะอย่างนี้ ถือเป็นมรดกธรรมชาติของสตูลจะอยู่คู่สตูลไปอีกยาวนานและสามารถให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมได้อีกยาวนาน
ผู้ว่า กล่าว : เรียนครับว่าในช่วงตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป เป็นช่วงเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว เปิดฟ้าอันดามันที่สตูล เพราะเป็นต่อที่สมนิ่งทะเลสงบ เหมาะสำหรับการเดินทางเข้ามา ขอเรียนว่าเราพร้อมทุกอย่างแล้วในการบริการ ก็อยากที่จะเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ รบกวนนักท่องเที่ยว มีความสวยงามทางธรรมชาติ มีการเดินทางสะดวก มีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากนัก อยากเชิญชวนทุกคนเข้ามาที่สตูล
ครับจากตัวเลขการท่องเที่ยวตั้งแต่ปี 49 – 50 เป็นต้นมาเพิ่มขึ้นโดยลำดับข้อมูลในปี 2551 มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาประมาณ 750,000 คน ก็ทำให้เกิดรายได้เข้ามาสู่พี่น้องประชาชนในจังหวัดสตูล ประมาณ 1,800 ล้านบาท สำหรับฤดูปีการท่องเที่ยวในปี 2552 ทางจังหวัดตั้งเป้าหมายไว้ว่าไม่น้อยกว่าปีที่แล้วอย่างน้อยต้องเข้ามา 800,000 คนขึ้นไปน่าจะทำรายได้ให้พี่น้องชาวสตูลไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท
พัฒนาในเชิงนิเวศวิทยาเป็นการท่องเที่ยวที่ไม่ทำลายธรรมชาติที่สวยงาม ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และพัฒนาการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพควบคู่กันไปด้วยการต้องแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อนักท่องเที่ยว ไม่ว่าเป็นเรื่องของน้ำอุปโภคบริโภค เรื่องของการกำจัดขยะ เรื่องการเดินทางท่าเรือต่าง ๆ ความปลอดภัย ทำทั้ง 2 ด้านควบคู่กันไป คือ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แล้วการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ
สิ่งที่จะดูแลนักท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดเป็นเรื่องของความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความปลอดภัยในการเดินทางไปสู่พื้นที่เกาะต่าง ๆ ก็มีแผนในการดูแลความปลอดภัย เน้นว่าเราทำงานในเชิงคุณภาพ ตำรวจน้ำอย่างน้อย 3 ลำลอยน้ำอยู่ในน่านน้ำสตูลและอีกหนึ่งลำเฉพาะหลีเป๊ะ ฉะนั้นมีการประสานกับกองทัพเรือที่ทำงานอยู่ที่นี้ ตำรวจท่องเที่ยว เรื่องความปลอดภัยมั่นใจมีอะไรสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้โดยผ่านศูนย์นเรนทร์ 1669
จบ